ฉู่ฉี่ปลาอินทรี อร่อยง่ายๆ กับสีสันชวนหิว

ฉู่ฉี่ปลาอินทรี
ฉู่ฉี่ปลาอินทรี

ฉู่ฉี่ปลาอินทรี

เมนูอาหารขลุกขลิกเหมือนแกงกะทิแบบน้ำน้อยๆแต่ข้นอร่อย ที่หากินได้ยาก เพราะส่วนใหญ่แม่ค้าจะทำขายแต่ฉู่ฉี่ปลาทู ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน  แต่ถ้าใครขี้เกียจแกะก้างปลา (แบบเรา) เราขอแนะนำเมนูอาหารวันนี้เลยค่ะ ฉู่ฉี่ปลาอินทรี น้ำแกงฉู่ฉี่ข้นๆรสจัดๆ เข้ากันได้ดีกับเนื้อปลาอินทรี ที่มีไขมันน้อย เมื่อได้เคี้ยวให้เข้ากันในปากแล้ว อร่อยคล่องคอมากเชียวค่ะ

advertisements

วัตถุดิบ/เครื่องปรุง ฉู่ฉี่ปลาอินทรี

ปลาอินทรีสดๆ ปลาอินทรีตัวใหญ่เนื้อจะมีความแน่นแข็งถ้าเราทอดนานหรือทอดสุกเกินไป  ดังนั้นถ้าสามารถหาซื้อแบบตัวละ 1 กิโลกว่าถึง 2 กิโลได้ก็จะอร่อยกว่าค่ะ เพราะเนื้อจะนุ่มกว่าตัวใหญ่ค่ะ แต่ไม่ต้องเหมาเอามาทั้งตัวหรอกนะคะ เค้าจะหั่นแล้ววางขายเป็นชิ้นๆ เราก็เลือกเอาชิ้นที่เราถูกใจได้เลยค่ะ เรื่องของปลาตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ก็คล้ายกับกุ้งแชบ๊วย แม้ตัวใหญ่จะดูน่ากิน แต่เนื้อจะแข็งกว่าตัวเล็กด้วยค่ะ

ปลาอินทรีหั่นแว่น
ปลาอินทรีหั่นแว่น

ทาเกลือป่นเล็กน้อย การทาเกลือบนตัวหรือเนื้อปลา ช่วยให้ทอดปลาได้ง่ายขึ้น เพราะปลาจะไม่ติดกระทะค่ะ

เกลือป่น
เกลือป่น
ทาเกลือ
ทาเกลือ
ทาเกลือ
ทาเกลือ
ทาเกลือ
ทาเกลือ

วัตถุดิบที่เหลือลืมถ่ายรูปมาค่ะ หาดูได้จากด้านล่างนะคะ ^^ ประกอบด้วย พริกแกงฉู่ฉี่ หรือพริกแกงธรรมดาก็ได้ค่ะ ใบมะกรูดหั่นฝอย น้ำตาลปีบหรือน้ำตาลทราย หัวกะทิ และน้ำปลาคุณภาพดีค่ะ เห็นวัตถุดิบแล้วไม่ยุ่งยากเลยใช่มั้ยคะ ^^ งั้นเราก็มาเริ่มทำกันเลยค่ะ

ขั้นตอน/วิธีทำ ฉู่ฉี่ปลาอินทรี

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอให้น้ำมันร้อนจัดๆ ก็เอาเนื้อปลาลงทอดจนสุก ใช้ไฟปานกลางในการทอดนะคะ

ทอดปลา
ทอดปลา
ทอดปลา
ทอดปลา

ปลาอินทรีหั่นแว่นแบบนี้จะสุกง่าย เพราะฉะนั้นไม่ต้องทอดนานมาก วิธีดูว่าปลาสุกหรือยังคือ ให้สังเกตสีของเนื้อปลา มันจะเริ่มขุ่นขึ้น เราก็พลิกด้านค่ะ การทอดด้านที่สอง

จะใช้เวลาน้อยกว่าด้านแรกแล้ว เพราะเนื้อปลาเริ่มร้อนถึงอีกด้านแล้ว ทอดให้ได้สีประมาณนี้ก็พอค่ะ เพราะถ้าเหลืองกว่านี้ เนื้อปลาจะแข็งกินไม่อร่อยแล้ว

ทอดปลา
ทอดปลา

จากนั้นเทน้ำมันในกระทะออก แล้วใส่พริกแกงฉู่ฉี่ค่ะ แต่เราไม่มีเราก็ใช้พริกแกงเผ็ดธรรมดาค่ะ หรือใครมีพริกแกงคั่วก็ใช้ได้เช่นกัน ส่วนผสมของเครื่องแกงต่างกันไม่มาก แล้วตามด้วยหัวกะทิค่ะ เราจะผัดหัวกะทิกับพริกแกงให้แตกมันแทนการใช้ ผัดพริกแกงกับน้ำมันพีช เพราะในหัวกะทิมีความมันมากพอแล้ว

advertisements


ใส่พริกแกง และหัวกะทิ
ใส่พริกแกง และหัวกะทิ

ก่อนเปิดเตาเราก็ปรุงรสไปเลยค่ะ ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและน้ำปลา เพื่อให้ละลายเข้ากัน แต่ถ้าใครมีน้ำตาลปีบจะอร่อยและหอมกว่าใช้น้ำตาลทรายนะคะ

เติมน้ำตาลทราย
เติมน้ำตาลทราย
เติมน้ำปลา
เติมน้ำปลา

จากนั้นก็เปิดเตา ใช้ไฟอ่อนค่อนไปทางปานกลางค่ะ คนทุกอย่างเบาๆ ให้ละลายเข้ากันดี เมื่อเริ่มเดือดก็ลองชิมรสชาติน้ำฉู่ฉี่ดูค่ะ ว่าถูกปากหรือยัง ถ้ายังก็ปรุงเพิ่มค่ะ

สำหรับคนที่ไม่ชอบเนื้อปลาทอด หรืออยากเลี่ยงน้ำมัน อาจจะหั่นเนื้อปลาให้เป็นชิ้นๆ เพื่อให้สุกง่ายขึ้น แล้วนำลงไปผัดในน้ำฉู่ฉี่ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าน้ำแห้งไปให้เติมหางกะทิ หรือน้ำสะอาดลงไปทีละน้อยนะคะ

คนให้เข้ากัน
คนให้เข้ากัน
คนให้เข้ากัน
คนให้เข้ากัน

เมื่อกะทิร้อนและเดือดดีแล้ว ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอยลงไปครึ่งหนึ่งค่ะ เพราะที่เหลือเราจะเก็บไว้โรยหน้าค่ะ จากนั้นก็ปิดเตาได้เลย

ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย
ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย

ตกแต่งจานเตรียมเสริฟค่ะ ตักน้ำฉู่ฉี่ใส่จานก่อน แล้วตามด้วยเนื้อปลาอินทรีที่เราทอดสุกแล้ว ตามด้วยหัวกะทิเคี่ยวสุก ตกแต่งเพิ่มด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย และพริกสีแดงค่ะ

advertisements
ตกแต่งจาน
ตกแต่งจาน
พร้อมเสริฟค่ะ
พร้อมเสริฟค่ะ

ใครที่ชอบทานแบบถึงน้ำถึงเนื้อ เมื่อกะทิ พริกแกง และเครื่องปรุงต่างๆเข้ากันได้ดีแล้ว ให้นำเนื้อปลาที่ทอดแล้วลงไปแช่ในกระทะเลยค่ะ ใช้ไฟอ่อนๆ รอซักพักจึงกลับด้าน เพื่อให้น้ำแกงซึมเข้าเนื้อปลา เพิ่มความหอมอร่อยค่ะ

เสร็จแล้วค่ะ ฉู่ฉี่ปลาอินทรีแบบง่ายๆ สไตล์ครัวหมูหมู แต่รสชาติไม่หมูนะคะ เราสามารถดัดแปลงฉู่ฉี่ปลานี้ ให้เป็นปลาอะไรก็ได้ที่เราชอบทาน และหาซื้อได้ง่ายตามความสะดวกของเราค่ะ จะเป็นปลาทะเล หรือปลาแม่น้ำก็ได้ เพราะพริกแกงและใบมะกรูด มีคุณสมบัติช่วยลดกลิ่นคาวได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลเลยว่า จะใช้ปลานั้นปลานี้ได้มั้ย ปลาอะไรก็ได้ที่เราและคนในครอบครัวชอบทาน จับมาปรุงเป็นฉู่ฉี่ได้เลยค่ะ ^^

เมนูอาหารอื่นๆ

Comments

comments