กระเพาะปลาน้ำแดง อร่อยๆ ทำกินเองที่บ้านได้ ไม่ต้องง้อเหลา

วิธีทำกระเพาะปลาน้ำแดง

ครัวหมูหมูขอเสนอ วิธีทำกระเพาะปลาน้ำแดง หรือ ถุงลมปลาน้ำแดง ^^

กระเพาะปลา หรือ ถุงลม ของปลาทะเล จัดเป็นอาหารบำรุงสุขภาพของชาวจีน มีสรรพคุณตามความเชื่อของชาวจีนว่า กระเพาะปลาน้ำแดงทานแล้วช่วยเจริญอาหาร และยังช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ซึ่งเมนูกระเพาะปลาอร่อยๆแบบนี้มีวิธีทำที่ไม่ยากเลย ตามมาดูกันค่ะ

วัตถุดิบสำคัญของ กระเพาะปลาน้ำแดง ก็คือตัว กระเพาะปลา เราคงจะเคยเห็นแผ่นพับโฆษณาที่รับซื้อกระเพาะปลาโบราณ รูปร่างเป็นแผ่นขนาดใหญ่ๆใสๆ ด้วยราคาที่สูงลิ่วกันมาแล้วใช่ไหมคะ เพราะว่าปัจจุบันกระเพาะปลาที่ขายอยู่ทั่วไปนั่น มีแต่ขนาดเล็กๆ กระเพาะปลาดิบๆ ยังไม่ได้ทอด และมีขนาดใหญ่แบบนั้นหาแทบจะไม่ได้แล้วในสมัยนี้ อีกทั้งกระเพาะปลาเลียนแบบที่ทำจากวัตถุดิบสารพัดชนิดที่พยายามให้ออกมาเหมือนกระเพาะปลา หรือคล้ายกับกระเพาะปลามากที่สุด บ้างก็ทำจากแป้ง บ้างก็ทำจากหนังหมู ดูเผินๆ ก็เหมือนกระเพาะปลาจริงๆเหมือนกัน ยิ่งได้รับคำรับรองจากคนขาย เช่น ของแท้นะ แต่เป็นกระเพาะปลาตัวใหญ่ๆ ทอดออกมาเลยไม่สวย ไม่เป็นถุงๆ เป็นต้น ยิ่งทำให้เราหลวมตัวได้ง่าย และราคาที่ถูกทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยากเย็นนัก

ขั้นตอน / วิธีทำกระเพาะปลาน้ำแดง

กระเพาะปลา ถุงลมปลา ^^

กระเพาะปลา คือ ถุงลมปลา ^^

กระเพาะปลา หรือ กระเพาะปลาน้ำแดง เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นอาหารที่ทานง่าย ย่อยง่าย และช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้มีความต้องการบริโภคสูง ดังนั้นในปัจจุบัน กระเพาะจึงมีราคาแพงมาก การซื้อกระเพาะสำเร็จรูปมาทานในราคาย่อมเยา จึงไม่อาจเป็นไปได้ เช่น กระเพาะปลาตามร้านที่ขายราคาถุงละ 20-50 บาท

ดังนั้นควรซื้อกระเพาะปลาแห้งมาทำทานเอง จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า แม้ปัจจุบัน กระเพาะปลาทะเลจะหายาก ทำให้มีการนำกระเพาะปลาน้ำจืดมาใช้ประกอบอาหารด้วย สรรพคุณอาจจะน้อยลง แต่ก็ดีกว่าทานกระเพาะปลอมๆที่ทำจากแป้งแต่งกลิ่น หรือหนังหมูทอด

การเลือกซื้อกระเพาะปลาควรซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้ เช่น ย่านตลาดเยาวราช  เลือกร้านที่มีกระเพาะปลาหลายแบบให้เลือก  ไม่เลือกร้านที่มีกระเพาะปลาแค่ 2- 3 ขนาด แพ็คถุงสวยๆโชว์ การเลือกซื้อร้านที่มีกระเพาะปลาให้เลือกมากๆ เพราะเขาจะมีคุณภาพของกระเพาะปลา ตามความต้องการของผู้ซื้อ ทั้งกระเพาะทะเลชิ้นใหญ่ๆ จากปลาทะเลน้ำลึกตัวโตๆ ลดหลั่นตามขนาดลงมาจนถึง ปลาน้ำจืด

วิธีเลือกกระเพาะปลา  ดูชิ้นของกระเพาะปลา โดยธรรมชาติกระเพาะปลาที่ตากแห้งแล้ว จะมีรูปร่างแตกต่างกันไป เมื่อนำมาทอด รูปร่างของตัวกระเพาะปลา ย่อมไม่มีทางที่จะเป็นทรงเดียวกันทั้งหมด ต้องงอบ้าง บิดบ้าง ถ้าเป็นทรงตรงๆสวยๆ เหมือนท่อหรือกระบอก ขอสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นแป้งแต่งกลิ่น หรือกระเพาะปลาที่มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมและแผ่ออก ไม่ได้เป็นทรงกระบอกเหมือนท่อ ขอสันนิษฐานว่าเป็นหนังหมู กระเพาะปลาที่มีลักษณะ 2 อย่างนี้ มีราคาไม่แพง พ่อค้าแม่ค้านิยมนำไปทำกระเพาะปลาน้ำแดงขาย ในราคาไม่แพงได้

ดูใกล้ๆ

ดูใกล้ๆ

แต่ถ้าเราซื้อมาทำทานเอง และเป็นกระเพาะปลาแท้ๆ ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 พันบาทขึ้นไป และไซส์ที่ได้จะมีขนาดเท่านิ้วชี้หรือนิ้วก้อยของเราเท่านั้น ดังนั้นไม่ควรโลภของถูก ปัจจุบันของถูกและดี หายากเต็มทีค่ะ

มาดูวัตถุดิบที่เราจะใช้กัน เริ่มจาก หน่อไม้สด หน่อไม้เป็นอาหารที่อร่อย มีรสชาติกรอบและหวาน แต่รู้ไหมว่า กว่าจะเป็นหน่อไม้ 1 หน่อให้เราได้รับประทานเราต้องเจอสารพิษอะไรบ้าง

เริ่มจากสารพิษในตัวหน่อไม้เอง คือสารไซยาไนต์ เมื่อได้รับสารนี้เข้าไปบ่อยๆจนเกิดการสะสม ทำให้เซลล์ของร่างกายขาดออกซิเจน กล้ามเนื้ออ่อนแรงอ่อนแรง

ส่วนสารพิษลำดับถัดมา เป็นสารพิษที่คนปลูกหรือคนขายเพิ่มเติมให้กับเรา ซึ่งไม่อาจบอกได้ว่าสารอะไร เพราะคนปลูกหรือคนขายไม่ยอมบอก โดยเขาจะแช่หน่อไม้ในสารตัวนี้ เพื่อให้หน่อไม้ของเขา มีสีเขียวและขาว ไม่ดำน่ากลัวเหมือนหน่อไม้ที่เราได้มาดังรูปนี้ค่ะ

หน่อไม้สด

หน่อไม้สด

การเลือกซื้อขอให้เลือกซื้อหน่อไม้หน้าตาประมาณนี้ไว้ก่อน เพราะเมื่อแช่สารนั้นแล้ว หน่อไม้จะมีสีเขียวและขาว ไม่มีขน มันดูน่าทาน แต่อันตรายค่ะ ส่วนแหล่งที่ซื้อ คือ ร้านผักพื้นบ้าน ตามชุมชนใกล้บ้าน หรือ แถบจ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีการปลูกหน่อไม้กันเยอะ อ้อ ขนของหน่อไม้จะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของหน่อไม้ด้วยนะคะ ถ้าเป็นหน่อไม้ไผ่ตงก็จะมีขนมากอย่างที่เห็น แต่ถ้าเป็นไผ่กิมซุงขนก็จะน้อยแต่หน่อก็จะเล็ก บอกแบบนี้อาจจะสังเกตได้ยากถ้าพิจารณาที่ขนของหน่อไม้เพียงอย่างเดียว เอาเป็นว่า ถ้าเห็นสีสันผิดปกติ ผิวเขียวสด เนื้อขาวจัด ก็ให้พิจารณาหลีกเลี่ยงไว้ก่อนเลยค่ะ

คุณแม่สามีไปจ.ปราจีนบุรี เจอร้านหน่อไม้ข้างทาง แพ็คเป็นถุงๆ หน้าตาน่าทาน จึงเข้าไปสอบถามเนื่องจากซื้อปริมาณไม่มาก จึงขอแบ่งซื้อ คนขายทราบว่าไม่ได้นำหน่อไม้ไปขาย แต่นำไปทำทานเองที่บ้าน จึงแบ่งหน่อไม้ที่ยังไม่ได้ขัดล้างแช่มาให้ แล้วบอกว่า “ถ้ากินเองเอาแบบนี้ไป อันนั้นมันแช่ พอถามว่าแช่อะไรก็ได้แต่ยิ้มๆไม่บอกค่ะ”

ดังนั้นเพื่อความอปลอดภัยและอร่อย เราจึงควรนำหน่อไม้ต้มน้ำทิ้ง อย่างน้อย 1 ครั้ง นาน อย่างน้อย 10 นาที แค่นี้สารไซยาไนต์ในหน่อไม้ก็จะลดลงถึง 90 % แล้วสารเคมีที่พ่อค้าแม่ขายเพิ่มเติมมาให้เรา(หากมี) ก็จะได้เบาบางหายไปด้วยเหมือนกันค่ะ

ปอก หั่น ต้ม

ปอก หั่น ต้ม

หน่อไม้ลวกแล้วรอใส่ทีหลังค่ะ

หน่อไม้ลวกแล้วรอใส่ทีหลังค่ะ

เนื้อไก่ จะใช้ส่วนไหนก็แล้วแต่ชอบเลยค่ะ ขาไก่ สะโพกไก่ น่องไก่ ได้หมด แต่ถ้าเป็นขาไก่ควรใช้เวลาตุ๋นอย่างน้อยครึ่งชม.ค่ะ

ปีกบนไก่

ปีกบนไก่

เห็ดหอมสด ถ้าชอบกลิ่นเห็ดหอม แนะนำให้เห็ดหอมแห้งค่ะ วันนี้เราอยากทานเห็ดหอมนุ่มๆ เลยใช้เห็ดหอมสดแทน

เห็ดหอมสด

เห็ดหอมสด

ล้างและหั่นเห็ดหอมเตรียมไว้

ล้างและหั่นเห็ดหอมเตรียมไว้

ล้างและหั่นเห็ดหอมเตรียมไว้

ไข่นกกระทาถ้าไม่ชอบ เปลี่ยนไปใช้ไข่ไก่แทนได้ค่ะ ปอกง่ายกว่า ฟองโตกว่า

ไข่นกกระทา

ไข่นกกระทา

ต้มไข่นกกระทาและปอกรอไว้

ไข่นกกระทาต้ม

ไข่นกกระทาต้ม

เลือดไก่หั่น และลวกน้ำทิ้ง  1 ครั้ง

เลือดไก่

เลือดไก่

ขั้นตอนแรกของการทำกระเพาะปลาน้ำแดงนั้น เราต้องนำกระเพาะปลามาต้มกับน้ำร้อนก่อนค่ะ เพื่อล้างเอาน้ำมันในตัวกระเพาะปลาออก น้ำมันนี้มาจากการทอดกระเพาะปลานั่นเองค่ะ ในขั้นตอนนี้ใครกลัวกลิ่นคาวของกระเพาะปลา ให้นำขิงแก่บุบหั่น ใส่ลงไปต้มพร้อมกันเลยค่ะ เพื่อช่วยลดกลิ่นคาว

กระเพาะปลาที่ต้มเสร็จแล้ว

กระเพาะปลาที่ต้มเสร็จแล้ว

ต้มจนกระเพาะปลาเริ่มนิ่ม ย้ำว่าเริ่มนิ่ม เพราะถ้านิ่มเกินไปตอนเรามาขยำน้ำมันออก เนื้อกระเพาะปลาจะเละหมดเลยค่ะ ส่วนระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับกระเพาะปลาที่ซื้อมา และขนาดค่ะ

การขยำน้ำมันในกระเพาะปลาให้เรียงเป็นเส้นๆ แล้วค่อยบีบเบาๆจนน้ำและน้ำมันในกระเพาะปลาแห้งแบบหมาดๆ ไม่ควรบีบแน่นจนเกินไปค่ะ เดี๋ยวเนื้อกระเพาะปลาจะเละเสียหมด ล้างจนน้ำมันเริ่มน้อยลง ซึ่งอาจต้องล้างอย่างน้อย 1-2 รอบ จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นพอดีคำค่ะ

ตอนที่เราหั่นถ้าเจอกระเพาะปลาชิ้นที่แข็งหรือเหนียวให้แยกไว้ค่ะ เพราะตอนต้มเราจะต้มชิ้นที่แข็งหรือเหนียวก่อน เพื่อตอนทานจะไม่สะดุด ^^

หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

ผักชีโรยหน้า ไว้โรยหน้ากระเพาะปลาน้ำแดงของเราค่ะ เพื่อความสวยงามนะคะ ไม่ใช่กลบเกลื่อนรสชาติ

ผักชีโรยหน้า ^^

ผักชีโรยหน้า ^^

เมื่อเครื่องพร้อมแล้วเรามาลงมือทำกระเพาะปลาน้ำแดงกันเลยค่ะ วิธีทำเริ่มจากต้มน้ำซุป ใช้กระดูกเอียเล้ง ครึ่งกิโล กับโครงไก่ 1 ตัว ตุ๋นอย่างน้อย 1 ชม. ตักไขมันออก กรองเอาแต่น้ำออกมาใช้

ต้มน้ำซุปใส่รากผักชี

ต้มน้ำซุปใส่รากผักชี

ใส่ปีกบนไก่ การใส่เนื้อสัตว์ลงไปต้มในน้ำเดือด จะทำให้เนื้อนั้นหวานค่ะ แต่การต้มน้ำซุปเราใส่กระดูลงไปพร้อมกับน้ำธรรมดา ก่อนเปิดเตา น้ำซุปนั้นก็จะหวาน เพราะความหวานจะออกมาก่อนโดนความร้อน

ใส่ปีกบนไก่

ใส่ปีกบนไก่

หลังจากไก่สุกแล้วเราเอาขึ้นมาพักไว้ก่อนค่ะ ใครจะแช่น้ำเย็นก็ได้ค่ะ

ไก่สุก

ไก่สุก

จากนั้นนำกระเพาะปลาที่ล้างแล้วลงต้มต่อ ชิ้นไหนแข็งหรือเหนียวมากให้นำลงต้มก่อนค่ะ ทิ้งระยะประมาณ 10 นาที ก็ใส่ที่เหลือลงต้มพร้อมกัน

ใส่กระเพาะปลา

ใส่กระเพาะปลา

จากนั้นตุ๋นต่อไปประมาณ 20 นาทีค่ะ หรือจนกระเพาะปลานุ่ม เราก็ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง

ใส่ซอสถั่วเหลือง

ใส่ซอสถั่วเหลือง

ซอสเห็ดหอม

ซอสเห็ดหอม

ซอสเห็ดหอม

และซอสหอยนางรม

ใส่ซอสหอยนางรม

ใส่ซอสหอยนางรม

ชิมรสชาติให้เข้มข้นเล็กน้อย เพราะเราจะใส่แป้งมันลงไปเพื่อทำให้น้ำกระเพาะปลาเหนียว อาจจะทำให้น้ำซุปจืดลงค่ะ จากนั้นใส่หน่อไม้ที่ต้มแล้วลงไป

เกือบเสร็จแล้วค่ะ

เกือบเสร็จแล้วค่ะ

ตามด้วยเห็ดหอมหั่น

ใส่เห็ดหอมหั่น

ใส่เห็ดหอมหั่น

ตามด้วยเลือดไก่

ใส่เลือดไก่

ใส่เลือดไก่

ในขั้นตอนนี้ใครจะใส่ปีกบนไก่ ไข่นกกระทา ลงไปผสมด้วยก็ได้ค่ะ จากนั้นรอน้ำซุปเดือดอีกครั้ง ละลายแป้งมันฝรั่งหรือแป้งมันฮ่องกงลงไปค่ะ แนะนำว่าให้ใส่ลงไปทีละน้อย เพราะแป้งชนิดนี้ทำให้น้ำซุปข้นง่ายค่ะ

ใส่แป้งมันฮ่องกง

ใส่แป้งมันฮ่องกง

เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตักกระเพาะปลาน้ำแดงของเราใส่ชามพร้อมรับประทาน

พร้อมทานแล้วค่ะ

พร้อมทานแล้วค่ะ

ใครชอบทานรสจัด หาพริกชี้ฟ้าเหลืองมาตำกับกระเทียม ใส่น้ำส้มสายชูหมัก มาปรุงรส ใครชอบแบบดั้งเดิม แค่มีจิ๊กโฉ่วกับพริกไทยเยอะๆกระเพาะปลาน้ำแดงของเราก็อร่อยแล้วค่ะ

มาทานกันค่ะ กระเพาะปลาน้ำแดง

มาทานกันค่ะ กระเพาะปลาน้ำแดง

ง่ายไหมคะ วิธีทำกระเพาะปลาน้ำแดง เมนูนี้ หากรู้สึกชอบก็รบกวนกด like ให้กำลังใจกันนะคะ แล้วหากใครทำแล้ว อร่อย ไม่อร่อย ได้ผลเป็นอย่างไร ก็มาแชร์กันได้นะคะ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>