แกงเขียวหวานเห็ดออรอนจิ กินเจ ต้องไม่พลาด

อาหารเจของคนจีน ก็คืออาหารสไตล์จีน ที่มีรสชาติแบบจีน แต่เพราะความหลากหลายของเชื้อชาติในไทย เราจึงได้กิน อาหารเจอร่อยๆ ไม่น่าเบื่อ อย่างพริกแกงเขียวหวานเจ ที่ทำให้เราได้กินอาหารไทยในแบบอาหารเจวันนี้ค่ะ

แกงเขียวหวานเห็ดออรอนจิ เมนูเด็ดของคนกินเจ
แกงเขียวหวานเห็ดออรอนจิ เมนูเด็ดของคนกินเจ

แกงเขียวหวานเมนูคู่บ้าน ที่ต้องทำกินคู่กับขนมจีนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เวลาที่นึกเมนูไม่ออก ใส่ฟักเขียว สะโพกไก่ และเลือดไก่ แต่ช่วงเวลากินเจก็ต้องงดเนื้อสัตว์ หันมาใส่วัตถุดิบอื่นแทน มาจบที่เห็ดนางรมหลวงหรือเห็ดออรินจิแทน ส่วนพริกแกงเจก็หาซื้อได้ง่ายในช่วงนี้ อ่านส่วนผสมแล้ว ไม่มีกระเทียม หอม กะปิ เป็นอันใช้ได้ค่ะ

ในความเป็นจริงการถือศีลกินเจ นอกจากการงดเนื้อสัตว์แล้ว ก็ไม่ควรกินอาการรสจัดมาก หรือคิดถึงอาหารที่ถูกปากมากนัก เพราะถือว่าเป็นช่วงที่เราได้กินเพื่ออยู่ มิใช่อยู่เพื่อกิน การกินอาหารสอ่อนๆหรือการกินผักมากกว่าปกติ ก็ช่วยฟื้นฟูระบบทางเดินอาหารและร่างกายของเราที่ทำงานหนักจากการกินอาหารที่มีสารพิษ หรือกินเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากมากเกินไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา

วัตถุดิบ/เครื่องปรุง แกงเขียวหวานเห็ดเจ ( Gaeng Keaw Wan Hed Ja )

เห็ดออรินจิหรือเห็ดนางรมหลวง หรือเป็นเห็ดอย่างอื่นที่เราหาได้ง่ายก็ได้ค่ะ ตอนนี้ตลาดแถวบ้านมีเห็ดออรินจิเยอะมาก ราคาไม่แรง จึงเลือกเจ้าเห็ดออรินจิมาปรุงอาหาร ราคากิโลกรัมละ 60 บาท เทียบกับเห็ดฟาง ที่ราคากิโลกรัมละ 120 บาท แล้ว กินเห็ดออรินจิก่อนค่ะ ^^

เห็ดออรินจิ หรือเห็ดนางรมหลวง
เห็ดออรินจิ หรือเห็ดนางรมหลวง

หัวกะทิคั้นแห้ง ที่ซื้อมาตุนไว้ในตู้เย็น เอามาแบ่งใส่กล่องเข้าช่องแช่แข็งไว้ เก็บไว้ได้นานเป็นเดือนเลยค่ะ ด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่า มันหอมอร่อยกว่ากะทิกล่อง จึงให้แม่ค้าคั้นมะพร้าวให้ครั้งละ 2 กิโล เก็บไว้แกง หรือทำขนมได้เยอะเลยค่ะ ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บด้วย เพราะคั้นออกมาแล้ว ได้แค่ 1 กิโลเอง

กะทิ จากหัวกะทิแท้ๆ ที่เก็บไว้ในช่องแช่แข็ง
กะทิ จากหัวกะทิแท้ๆ ที่เก็บไว้ในช่องแช่แข็ง

พริกแกงเขียวหวานเจ ช่วงนี้หาซื้อง่ายหน่อยค่ะ เพราะอยู่ในเทศกาล ถ้านอกเทศกาล แล้วอยากจะกินเจแบบเคร่งครัด ก็คงต้องตำพริกแกงเองแน่ค่ะ

พริกแกงเขียวหวานเจ
พริกแกงเขียวหวานเจ

พริกจินดาแดง เพิ่มสีสันอีกนิดค่ะ

พริกสีแดงเพิ่มสีสัน
พริกสีแดงเพิ่มสีสัน

โหระพาน้อย จากสวนหลังบ้าน ที่อื่นฝนตกจนชุ่มฉ่ำ ที่บ้านเรายังไม่ได้ฝนเท่าไหร่เลย โหระพาที่ได้หน้าตาจึงออกมาน่ารักแบบนี้ ทั้งๆที่รดน้ำทุกวัน แต่ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ผักใบเล็กๆ แบบนี้ กลิ่นเค้าจะหอมกว่าใบใหญ่ๆ ทั้งใบโหระพา ใบกะเพราก็ด้วย ใบใหญ่ๆ สวยดูน่ากิน แม่ค้าจะรับซื้อจากเกษตรกร เฉพาะใบใหญ่ๆ สวยๆ เพราะผู้ซื้อชอบสวยๆ นั่นแหละค่ะ

โหะรพาจากสวนหลังบ้าน
โหะรพาจากสวนหลังบ้าน

ใบมะกรูดค่อยเชิดหน้าชูตา ได้ต้นพันธุ์ดี ออกใบเก่ง ต้นมะกรูดก่อนหน้านี้ที่เรามีอยู่ กว่าจะได้กินใบแต่ละชุดต้องรอหลายเดือน แย่งกับหนอนไม่ค่อยทันเลยค่ะ

ใบมะกรูดก็มาจากสวนหลังบ้านเช่นกัน
ใบมะกรูดก็มาจากสวนหลังบ้านเช่นกัน

ฟักเขียว ช่วงนี้กำลังงาม และไม่แพงมากค่ะ เดือนที่แล้วราคาแรงมากอยู่ กิโลกรัมละ 25-30 บาท ลูกนี้ซื้อกิโลกรัม 15 บาทเองค่ะ ต่างกันมากทีเดียว

ฟักเขียวจากตลาด ไม่ได้ปลูกเองนะ
ฟักเขียวจากตลาด ไม่ได้ปลูกเองนะ

เกลือป่น และน้ำตาลทรายค่ะ ปรงุรสให้น้อย แต่ก็อร่อยค่ะ

เกลือป่น
เกลือป่น
น้ำตาลทราย
น้ำตาลทราย

ขั้นตอน/วิธีทำ แกงเขียวหวานเห็ดออรอนจิเจ

ปอกเปลือกฟักออกก่อน ฟักอ่อนผิวจะไม่หนา ไม่แข็ง ปอกง่าย จากนั้นผ่าแบ่งฟักออกเป็นสี่ส่วน แล้วค่อยผ่าแบ่งครึ่งแต่ละส่วนอีกครัั้ง เพื่อให้เอาไส้ฟักออกง่ายๆ

ปอกผิวฟักออก ฟ้กอ่อน ผิวจะไม่หนา และไม่แข็งมาก
ปอกผิวฟักออก ฟ้กอ่อน ผิวจะไม่หนา และไม่แข็งมาก
ผ่าฟักเป็นสี่ส่วน และแบ่งครึ่งแต่ละชิ้นอีกครั้ง
ผ่าฟักเป็นสี่ส่วน และแบ่งครึ่งแต่ละชิ้นอีกครั้ง
เอาไส้ฟักออกให้หมด ด้วยการเฉือนทิ้ง
เอาไส้ฟักออกให้หมด ด้วยการเฉือนทิ้ง

แบ่งเป็นชิ้นตามชอบค่ะ แต่ถ้าอยากให้สุกเร็วให้หั่นชิ้นเล็กและบางค่ะ แต่เราชอบแบบหนาๆ เต็มปากเต็มคำ ^^

หั่นเป็นชิ้นตามชอบ ชิ้นเล็กสุกง่าย ชิ้นใหญ่สุกยาก เลือกดีๆ
หั่นเป็นชิ้นตามชอบ ชิ้นเล็กสุกง่าย ชิ้นใหญ่สุกยาก เลือกดีๆ

เห็ดออรินจิก็หั่นออกเป็นชิ้นตามชอบเลยค่ะ เห็ดสุกง่ายอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวไม่สุกนะคะ

แบ่งเห็ดเป็นสองส่วน
แบ่งเห็ดเป็นสองส่วน
หั่นให้เป็นชิ้นพอคำ จะได้กินง่ายๆ
หั่นให้เป็นชิ้นพอคำ จะได้กินง่ายๆ

ล้างโหระพา และเด็ดใบไว้ให้เรียบร้อยเลยค่ะ

โหระพาล้างให้สะอาด และเด็ดใบเตรียมไว้
โหระพาล้างให้สะอาด และเด็ดใบเตรียมไว้

ใบมะกรูดก็ล้างและฉีกก้านใบออก แล้วพักรอไว้เช่นกัน

ใบมะกรูดล้าง และฉีกเส้นออก
ใบมะกรูดล้าง และฉีกเส้นออก

ส่วนพริกแดงเราเอาแค่สีสัน แบ่งครึ่งก็พอค่ะ ใครอยากได้รสจัดๆก็เพิ่มพริกแกงหรือพริกสดได้ค่ะ หรือใช้พริกขี้ฟ้าเพื่อตกแต่งก็สวยน่ากินค่ะ แต่เราไม่ได้ซื้อมา จึงใช้เท่าที่มีอยู่ค่ะ แค่ต้องการเพิ่มสีสัน

พริกแดงเม็ดเล็กผ่าครึ่งก็พอ
พริกแดงเม็ดเล็กผ่าครึ่งก็พอ

ตั้งหม้อ แบ่งกะทิมาส่วนหนึ่ง ผสมน้ำสะอาดลงไป เหมือนกับเป็นหางกะทิ หัวกะทิอีกส่วนเอาไว้ ใส่ปิดท้าย เพื่อให้แกงเราข้นขึ้นตามความชอบส่วนตัวค่ะ

เมนูห้ามพลาด  ต้มส้มปลาทู เปรี้ยว หอม อร่อย

ส่วนใครที่ชอบกะทิแตกมัน ให้เอาหัวกะทิ ผัดกับพริกแกงก่อน จนได้กะทิแตกมันแล้ว ใส่น้ำสะอาดลงไป ต้มกับฟักค่ะ

ตั้งหม้อใส่หัวกะทิลงไปส่วนหนึ่ง
ตั้งหม้อใส่หัวกะทิลงไปส่วนหนึ่ง
ใส่น้ำสะอาดลงไปละลาย
ใส่น้ำสะอาดลงไปละลาย

เปิดเตาใช้ไฟปานกลาง ใส่ฟักลงไปต้มก่อนค่ะ เพราะเห็ดสุกง่ายกว่า

ใส่ฟักลงไปต้มก่อน
ใส่ฟักลงไปต้มก่อน

ตามด้วยเกลือป่น และพริกแกงเขียวหวานเจ

ตามด้วยเกลือป่น
ตามด้วยเกลือป่น
พริกแกงเขียวหวานเจ
พริกแกงเขียวหวานเจ

คนให้เข้ากัน และต้มจนฟักสุก แต่ยังไม่นิ่มเละ เพราะถ้าทำไว้เยอะกินมื้อเดียวไม่หมด เดี๋ยวอุ่นกินมื้อต่อไปฟักของเราจะเละเองค่ะ

ต้มให้ฟักสุกพอดี
ต้มให้ฟักสุกพอดี

เมื่อฟักสุกก็ใส่เห็ออรินจิลงไป คนให้เข้ากัน รอจนเห็ดเริ่มสุกก็ใส่น้ำตาลทรายค่ะ

ใส่เห็ดนางรมหลวงลงไปต้มต่อ
ใส่เห็ดนางรมหลวงลงไปต้มต่อ
คนให้เข้ากันใส่น้ำตาลทราย
คนให้เข้ากันใส่น้ำตาลทราย

เมื่อเห็ดสุกนิ่มดีแล้ว ใส่โหระพาและพริกลงไป คนให้เข้ากัน รอให้เดือดอีกครั้ง

เมื่อเห็ดและฟักสุกนุ่มตามต้องการแล้ว ใส่โหระพาและพริกแดงลงไป
เมื่อเห็ดและฟักสุกนุ่มตามต้องการแล้ว ใส่โหระพาและพริกแดงลงไป
ต้มให้เดือดอีกครั้งและชิมรสชาติดู
ต้มให้เดือดอีกครั้งและชิมรสชาติดู

ชิมรสชาติของแกงดูว่าถูกปากหรือไม่ ปรุงเพิ่มรสชาติตามความชอบ แล้วใส่หัวกะทิที่เหลือปิดท้าย รอให้เดือดแล้วปิดเตาได้เลยค่ะ

ใส่หัวกะทิลงส่วนที่เหลือลงไปและต้มให้เดือด
ใส่หัวกะทิลงส่วนที่เหลือลงไปและต้มให้เดือด
ตักแกงเขียวหวานเห็ดเจใส่ชาม พร้อมกินกับขนมจีน
ตักแกงเขียวหวานเห็ดเจใส่ชาม พร้อมกินกับขนมจีน
แกงเขียวหวานเห็ดเจ เมนูอร่อยๆ คนกินเจไม่ควรพลาด
แกงเขียวหวานเห็ดเจ เมนูอร่อยๆ คนกินเจไม่ควรพลาด
แกงเขียวหวานเห็ดออรินจิ กินกับขนมจีน หรือข้าวสวย ก็อร่อย
แกงเขียวหวานเห็ดออรินจิ กินกับขนมจีน หรือข้าวสวย ก็อร่อย

เสร็จแล้วค่ะ แกงเขียวหวานเจที่ง่ายที่สุด กินคู่กับขนมจีน อร่อยจนต้องกิน 2 ชามเลยค่ะ ซึ่งความจริงแล้วผิดนะคะ การกินเจ ไม่ควรจะคิดถึงเรื่องกิน กับความอร่อยมากเกินไป และเราควรกินแค่พออิ่ม การกินมากไปนอกจากจะอ้วนแล้ว ยังทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักด้วยค่ะ ผิดจุดประสงค์การกินเจไปซะอีก

Scroll to Top