วิธีทำ ผัดผักรวมมิตรเจ เมนูผัดผักแบบง่ายๆแต่อร่อยมาก (อีกแล้ว) กินเป็นกับข้าวก็ได้ หรือกินแทนข้าวเลยก็ดีค่ะ เพราะช่วยให้อิ่มสบายท้อง อร่อยแบบได้ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน ไขมัน และเส้นใยอาหาร ครบจบใน 1 จานเลย

การกินเจ หรือมังสวิรัติ ไม่จำเป็นต้องตั้งใจกินแต่ในช่วงเทศกาล เราไม่จำเป็นต้องงดเบียดเบียนแค่ปีละครั้ง แม้ช่วงเทศกาลอาหารเจ อาจจะทำให้ลดการเบียดเบียนสัตว์ได้ง่ายขึ้น เพราะมีอาหารให้เลือกหลากหลาย และการมีเพื่อนร่วมกินทำให้เราสนุก แต่ถ้าเราลดเนื้อสัตว์ได้มากกว่าปกติก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยค่ะ
เมนูผัดผักรวมมิตรเจของเราวันนี้อุดมไปด้วย โปรตีน และวิตามิน จากถั่วลันเตาหวาน วิตามินจาก แครอท คาร์โบไฮเดรต จากข้าวโพดอ่อน และเห็ดต่างๆที่ใส่ในเมนูนี้ก็เป็นยาบำรุงร่างกายให้ห่างไกลจากสารพัดโรคด้วยค่ะ
วัตถุดิบ/เครื่องปรุง ผัดผักรวมมิตรเจ ( Pad Pak Ruam Mit Ja )
เรามีถั่วลันเตาหวาน เหลืออยู่ ก็ซื้อข้าวโพดอ่อนกับแครอท มาเสริม เพื่อเพิ่มสีสัน และวิตามินจากผักต่างชนิดค่ะ
ผัดผักรวมมิตร จะใช้ผักอย่าง คะน้า กะหล่ำปลี กวางตุ้ง บล็อคโคลี ดอกกะหล่ำ แขนง หรือหน่อไม้ฝรั่งก็ได้ค่ะ หรือจะเสริมสีสันให้มากขึ้นด้วย พริกหวาน ข้าวโพดอ่อน แครอท หรือมะเขือเทศก็ได้ ซึ่งการกินผักหลายๆสี ทำให้ร่างกายของเราได้รับวิตามินที่หลากหลายด้วยค่ะ



วันนี้เราใส่สามเห็ดค่ะ ได้แก่ เห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ เห็ดหิมะ(ไม่ค่อย)ขาว หรือเห็ดชิเมจิขาว และเห็ดหอมแห้ง
สรรพคุณของเห็ดส่วนใหญ่ คือป้องกันมะเร็ง ลดคลอเรสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง ซึ่งการกินเห็ดที่หลากหลายเป็นยา ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้หลายโรค โดยไม่ต้องไปนั่งจำว่า เห็ดชนิดไหน ช่วยป้องกัน รักษาโรคอะไร เพราะเรากินเห็ดที่หลากหลาย ปลอดภัยแน่นอนค่ะ



เครื่องปรุงรสมี ซีอิ๊วขาว และซอสเห็ดหอมค่ะ

ขั้นตอน/วิธีทำ ผัดผักรวมมิตรเจ
เริ่มจาก ล้างเห็ดหอมให้สะอาดค่ะ แล้วแช่ในน้ำร้อนประมาณ 15 นาที ก็จะนิ่มพอที่จะหั่นได้แล้วค่ะ

ระหว่างที่เรารอเห็ดหอมนุ่ม เราก็มาจัดการกับผักอย่างอื่นก่อนค่ะ โดยเริ่มจาก แครอท เราจะนำมาหั่นเป็นเส้นค่ะ
เราใช้ส่วนหัวก่อน เพราะเมื่อเก็บไว้นานๆ ส่วนหัวมักจะงอกออกมาเป็นต้นอ่อน ส่วนเนื้อก็จะเริ่มฝ่อ การกินส่วนหัวก่อน ทำให้เราเก็บแครอทไว้กินได้นานขึ้นอีกนิดค่ะ



ข้าวโพดอ่อน ลอกเอาส่วนเปลือกออกค่ะ ดึงเส้นใยออกให้หมด แล้วหั่นเป็นเส้นๆเหมือนแครอท


ถั่วลันเตาหวาน เราดึงเส้นใยด้านข้างออกให้หมด เพราะจะเหนียวเวลากิน อาจจะติดคอได้ โดยหักขั้วเบาๆ แล้วเริ่มดึงจากส่วนขั้ว ค่อยๆดึงลอกออกช้าๆ ถ้าเร็วไปจะขาด ต้องไปเริ่มหักปลายฝักอีกด้านนึง แล้วดึงเส้นใยจากด้านนั้นแทน



จัดการผักเรียบร้อยก็พักไว้ก่อนค่ะ

เห็ดหอมบีบน้ำออก แล้วตัดขาเห็ดออก จะเห็นว่าขาเห็ดนั้นสั้นอยู่แล้ว แต่เราว่าขาของเห็ดหอมแห้งมันเหนียวเคี้ยวยาก ขอตัดออกอีกละกันค่ะ จากนั้นหั่นเป็นเส้นค่ะ


เห็ดนางรมหลวงและเห็ดหิมะก็เช่นกันค่ะ หั่นเป็นท่อนเป็นเส้น ขนาดพอดีๆ
การหั่นให้ทุกอย่างมีลักษณะใกล้เคียงกันเพื่อง่ายต่อการกิน ดูสวยงามเวลานำไปจัดใส่จานด้วยค่ะ

ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่เห็ดลงผัดจนหอม และมีสีเหลือง


ตามด้วยซีอิ๊วขาว ผัดจนเห็ดดูดน้ำซีอิ๊วเข้าไป เพื่อช่วยให้เห็ดมีรสชาติค่ะ

จากนั้นใส่แครอทลงไปผัดสักครู่ ตามด้วยข้าวโพดอ่อน และถั่วลันเตาหวาน





ผัดจนผักเริ่มจะสุก ตามด้วยเห็ดนางรมหลวง หรือออรินจิ แล้วใส่น้ำแช่เห็ดหอมลงไปค่ะ
โดยส่วนตัวการปรุงเห็ดนางรมหลวงด้วยการต้มหรือลวก เนื้อเห็ดจะนุ่มกว่าการเอาไปผัดน้ำมันอย่างเดียวค่ะ จึงต้องใส่น้ำลงไปช่วยเล็กน้อย เดี๋ยวผัดไปน้ำที่เราเติมลงไปก็จะระเหยไปเองค่ะ และยังช่วยให้ผักอื่นๆสุกง่ายขึ้นด้วยค่ะ


จากนั้นใส่เห็ดหิมะลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยซอสเห็ดหอม ผัดจนทุกอย่างสุกดี ปิดเตา ตักใส่จานได้เลยค่ะ



ผักผักรวมมิตรเจ เห็นแบบนี้ สดกรอบอร่อยนะคะ กินตอนผัดเสร็จใหม่นี่สุดยอดของความอร่อยเลยค่ะ



การถือศีลกินเจ ตามแบบโบราณนั้น คือการลดละเลิกการกระทำที่ไม่ดี ไม่ใช่แค่การงดกินเนื้อสัตว์เท่านั้น คืออย่างน้อย เราอาจจะถือศีล 5 ในช่วงเทศกาลนี้ ลดการกระทำที่เป็นความเคยชิน เช่น ขี้เกียจ ขี้บ่น และบุญกุศลนี้เราสามารถเผื่อแผ่ให้คนรอบข้าง ญาติพี่น้องเราได้อีกด้วย การกินเจ จึงไม่ใช่การกินที่ยึดติดกับรสชาติของอาหารที่คุ้นเคยในเวลาปกติ แต่เป็นการกินแบบเพียงพอที่จะดำรงค์ชีวิตอยู่ได้ เพื่อสงบจิตสงบใจ ใช้เวลาเพื่อไตร่ตรงการใช้ชีวิตไปด้วยในคราวเดียวกัน จึงจะถือว่าเป็นการกินเจโดยสมบูรณ์นะคะ





