ปลาสามรส เมนูปลาทอดแบบง่ายๆ ราดด้วยกระเทียมพริก ที่ปรุงให้อร่อยด้วยรสชาติ เปรี้ยว หวาน และเผ็ด แบบกลมกล่อม เป็นธรรมชาติ ไม่หวานแหลม ไม่เปรี้ยวปรี๊ด เมื่อกินกับเนื้อปลาที่ทาเกลือบางๆ แล้วทอดให้กรอบๆ เราก็จะได้ความอร่อยที่เข้ากันสุดๆเลยค่ะ แต่ทำเสร็จ ควรจะรีบกินนะคะ เดี๋ยวเนื้อปลาที่ทอดมาร้อนๆหายกรอบ ความอร่อยจะหดหาย อาจจะน้อยลงไปครึ่งนึงเลยล่ะ เพราะใครๆ ก็พ่ายแพ้ให้กับความกรอบ จริงไหมคะ

หลายคนคงจะงงกับเมนู ปลาสามรส และปลาราดพริก เราเองก็เคยเข้าใจมาตลอดว่า มันเหมือนกัน แต่อาจจะเรียกชื่อแตกต่างไปตามท้องถิ่น หรือตามการเรียกของแต่ละคนมากกว่า แต่พอแต่งงานมาอยู่บ้านคุณสามี ก็ถึงบางอ้อว่า มันไม่เหมือนกันค่ะ ปลาราดพริกจะเป็นน้ำจิ้ม น้ำราดที่คล้าย ซีฟู้ด โดยตำพริกกระเทียม ใส่น้ำตาลเล็กน้อย ใส่น้ำปลา น้ำมมะนาว หรือที่คนจันท์ เรียกว่า พริกเกลือ เอาไปราดบนตัวปลาที่ทอดเสร็จร้อนๆ รสชาติ จะเปรี้ยว เผ็ดเค็ม หวานนิดๆ ส่วนปลาสามรส คือ การใช้น้ำมะขามเปียกแทนมะนาว ใช้น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลทราย ในปริมาณที่มากกว่า น้ำราดปลาราดพริก รสชาติที่ได้จะ เปรี้ยว หวาน และเผ็ด ซึ่งต่างกันที่รสชาติของน้ำราดนี่แหละค่ะ อร่อยกันไปคนละแบบ แต่เราทำแบบไหนออกมา คนในครอบครัวก็แย่งกันกิน จนหมดจด เกลี้ยงจานอยู่ดีค่ะ
พูดถึงอาหาร 2 ชื่อนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้าเราได้ปลาสดๆ จะนำมาทำเมนูอะไรก็ร่อยทั้งนั้นค่ะ เพราะอาหารที่เราทำกินเอง เราสามารถเลือกวัตถุดิบที่สด และสะอาดได้ เป็นอันดับแรก ส่วนรสชาติการปรุงเราก็เลือกที่จะปรุงให้ถูกปากเรา และคนในครอบครัวได้อีกเช่นกัน ถ้าไม่อร่อยก็แปลกแล้วล่ะค่ะ
วัตถุดิบ/เครื่องปรุง ปลาทับทิมสามรส (Pla Rad Prik Sam Rod)
วัตถุดิบแรกเลย เราได้ปลาทับทิมธรรมชาติสดๆจากเขื่อน มีคนใจดีให้มา รับรองว่าไม่มีกลิ่นดิน กลิ่นโคลนกวนใจ ทำให้เสียรสชาติ แถมผู้ที่ให้มา ยังทำปลามาให้แบบเสร็จสรรพ พร้อมปรุงทีเดียวค่ะ
ปกติเราจะไม่ค่อยกินปลาน้ำจืด หรือปลาเลี้ยง เพราะไม่แน่ใจว่าคนเลี้ยงให้อะไรมันกินบ้าง และน้ำที่เลี้ยงสะอาดแค่ไหน ถ้าน้ำไม่ดี เนื้อปลาก็จะมีกลิ่นดินโคลน ที่ทำให้เสียอารมณ์เวลากินค่ะ ทั้งนี้เป็นความชอบ และความรู้สึกส่วนตัว คงเหมือนกับอีกหลายๆ คน ที่ไม่ค่อยชอบกินปลาแบบเรามั้งคะ

เราใช้พริก 2 แบบ เพื่อให้มีสีสัน ได้ปริมาณพริก และมีรสชาติที่ไม่เผ็ดเกินไปค่ะ จึงใช้ทั้งพริกชี้ฟ้า และพริกแดงเลย

กระเทียม ใส่เยอะๆ หอม หวาน อร่อย และดีต่อสุขภาพค่ะ นี่ถ้าแดร็กคูล่า เดินมาใกล้ๆ คงจะสลบไปก่อนจะได้ดูดเลือดเราแน่ๆ

น้ำตาลมะพร้าว เพื่อความหวานหอมแบบกลมกล่อม เพราะไม่หวานแหลมเหมือนกับน้ำตาลทราย

น้ำมะขามเปียก และน้ำปลา


เกลือป่น สำหรับทาบนตัวปลา ช่วยป้องกันการติดกระทะ และทำให้ความหวานของเนื้อปลาโดดเด่นขึ้นมาค่ะ

ขั้นตอน/วิธีทำ ปลาทับทิมสามรส (Pla Rad Prik Sam Rod)
ก่อนอื่น ล้างปลาให้สะอาด แล้วซับให้แห้ง จากนั้นก็บั้งเนื้อปลาตามชอบ จะบั้งเป็นริ้วๆ เล็ก ใหญ่ หรือบั้งเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ก็ได้ค่ะ
การบั้งช่วยให้เนื้อปลาสุกง่ายและทั่วถึงด้านใน และช่วยให้ตักกินง่ายด้วยค่ะ




กระเทียมและพริก เราล้างและหั่นให้ชิ้นเล็กลง ก่อนจะนำไปใส่ครก เพื่อให้ตำง่ายค่ะ

ใส่เกลือป่นลงไปนิดหน่อย และตำพอหยาบ แล้วตักใส่ถ้วยพักไว้



ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใช้ไฟปานกลางค่อนไปทางแรง รอให้น้ำมันร้อน ก็ค่อยๆ วางปลาลงไปทอด เราไม่ใส่น้ำมันมากๆ จนท่วมปลาแบบร้านอาหารนะคะ ทำกินเอง เอาแค่นี้พอ น้ำมันเหลือจะไม่เสียดายมาก

ทอดให้สุกเหลือง ทั้วทั้งตัวเลยค่ะ ไม่ต้องกลับด้านบ่อยๆนะคะ หนังปลาจะลอกออกมา และติดบนกระทะไม่น่ากิน


ใครชอบปลาที่ผิวกรอบกว่านี้ก็ทอดให้นานขึ้นค่ะ เราชอบแบบสุกกรอบพอดี ไม่แห้งเกินไป ความหวานของเนื้อปลาจะยังเหลืออยู่ค่ะ

กระทะใบเดิม ตักน้ำมันออกจนแห้ง ใช้ไฟอ่อน ใส่พริกกระเทียมตำ น้ำมะขามลงไป


บิน้ำตาลมะพร้าวเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่ายๆค่ะ


คนให้เข้ากันและน้ำตาลละลายดีแล้ว ใส่น้ำปลาปิดท้าย ชิมรสชาติให้ถูกใจ แล้วจัดการราดบนตัวปลาได้เลยค่ะ




ใครที่ชอบน้ำราดฉ่ำๆ เยอะๆก็ปรับเอาตามความชอบได้เลยค่ะ เราชอบแบบข้นๆ พริกกระเทียมเยอะๆ อร่อยสะใจดีค่ะ

เราจะเห็นว่า ร้านที่ขายอาหารสำเร็จรูป หรือกับข้าวสำเร็จ มักทอดปลาให้กรอบ และมีสีเข้ม ซึ่งอาจจะดูน่ากิน แต่มันน่ากลัวมากกว่าค่ะ เพราะนอกจากน้ำมันที่เขาทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้น ทำลายสุขภาพเราผู้กินแล้ว การทอดปลาสดจนแห้งกรอบนั้น ยังทำลายสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้สูญสลายออกไปด้วยค่ะ ซึ่งเมื่อเราทำอาหารกินเองแล้ว ควรทอดปลาให้สุกกรอบพอดี และกินทันที ก็จะได้รสชาติที่อร่อย และมีประโยชน์มากกว่ากรอบเกรียม เคี้ยวมันแม้กระทั่งก้างปลาแน่นอนค่ะ





