ยำวุ้นเส้น เมนูยำที่เรารู้จักเป็นอย่างแรกเมื่อตอนเป็นเด็ก เพราะแม่ชอบทำให้กินอยู่บ่อยๆ เป็นเมนูยำแบบง่ายๆ แต่อร่อยมาก เพราะเครื่องปรุงที่หาได้จากตู้เย็น เป็นวัตถุดิบที่มักจะมีติดครัวไว้เสมอ ซึ่งใช้วัตถุดิบเพียงไม่กี่ชนิด ก็ทำเมนูยำนี้ได้แล้ว แถมมีความหวานจากธรรมชาติของเนื้อหมูและกุ้งแห้ง จึงได้รสอร่อยโดยไม่ต้องพึ่งผงนัวเลยค่ะ ส่วนความเผ็ดเราก็กำหนดเองได้ เผ็ดมาก พริกมาก เผ็ดน้อย พริกน้อย เท่านั้นเอง

สมัยก่อนมีเมนูยำที่ทำขายกันอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น ยำรวมมิตร ยำปลาหมึก ยำทะเล ยำไส้กรอก หรือยำหมูยอ แต่สมัยนี้ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนเรา ทำให้เกิดเมนูใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น ด้วยวัตถุดิบที่หลากหลาย และโลกอินเตอร์เน็ต ที่ช่วยกันแชร์เมนูยำใหม่ๆ ให้รู้จักกันทั่วไป เมนูยำที่ขายกันจึงมีวัตถุดิบที่หลากหลาย เช่น เต้าหู้ปลา ปูม้า ปลาแซลมอน เนื้อวากิว ปูอัด หมึกสาย กุ้งก้ามแดง ไข่เยี่ยวม้า และอีกสารพัด แต่เราเชื่อว่า ความหลากหลายก็ไม่สู้ความคุ้นเคย เพราะของแปลกเราแค่อยากชิม แต่ของคุ้นลิ้นคือของที่เรากินได้บ่อยๆ ^^
วัตถุดิบ/เครื่องปรุง ยำวุ้นเส้น (Yum Woon Sen)
วุ้นเส้น เป็นวัตถุดิบที่สำคัญมาก ควรเลือกซื้อด้วยความใส่ใจนิดหนึ่งค่ะ ควรเลือกวุ้นเส้นที่ดี อาจจะมีราคาสูงนิดหน่อย แต่เมื่อเอามาปรุงเมนูยำ หรืออาหารอื่นๆ เวลาที่กินวุ้นเส้นจะมีความเหนียวนุ่มอร่อย ลวกเส้นแล้วไม่เละง่าย ทิ้งไว้นานเส้นก็ยังเหนียวนุ่มอยู่ด้วยค่ะ

ถั่วลิสงทอด อย่างที่เคยบอกไปในเมนูผัดไทยว่า เราจะทอดถั่วลิสงติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เพราะต้องเอามาใส่ในเมนูยำวุ้นเส้น ผัดไทย หรือกินกับข้าวต้ม แต่ก็จะทอดทีละไม่มากค่ะ จะได้ไม่เก็บนานเกินไป ทอดเองเรารู้ระยะเวลาที่จะนำมาใช้ค่ะ แบบนี้ไม่เหม็นหืนแน่นอน

กุ้งแห้งอย่างดี จะมีความหวานและหอมอยู่ในเนื้อกุ้งเลย เพราะเค้าจะใช้กุ้งสดมาทำกุ้งแห้ง ไม่ใช่กุ้งที่เหลือจากการขายมาใช้ในการทำ จึงทำให้เมนูอาหารของเราอร่อยแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องใส่ผงนัวค่ะ
วัตถุดิบอย่างกุ้งแห้งหรือปลาหมึก เมื่อหยิบเอามาใส่แกงจืดจะทำให้แกงจืดของเราอร่อยไม่จืดสมชื่อเลยค่ะ สังเกตได้ว่า น้ำซุปอร่อยๆ ที่คนญี่ปุ่นใช้ทำราเมน มักจะมีส่วนผสมของ ปลาหมึกแห้ง ปลาแห้ง อยู่ด้วยเสมอๆ นั่นก็เพราะวัตถุดิบง่ายๆนี้ ช่วยสร้างรสชาติความหวานอร่อยแบบธรรมชาติเพิ่มเติมให้อาหารของเรากลมกล่อมค่ะ

หมูบด หรือหมูสับ ปริมาณตามชอบค่ะ เราสองคนกับสามีไม่ค่อยชอบกินเนื้อหมูเท่าไหร่ เพราะพยายามลดการกินสัตว์ใหญ่ลง ก็ขอใส่แค่พอมีรสและกลิ่นค่ะ

หอมแดง พริกแดง ผักชี เพิ่มรสชาติ และสีสัน



น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย และเกลือป่นค่ะ



เริ่มลงมือกันเลยค่ะ ซอยหอมแดง และพริกขี้หนู พักไว้ก่อนค่ะ ใครชอบเผ็ดๆ จัดพริกลงครกตำหยาบหรือละเอียดตามชอบเลยค่ะ จานนี้เราเผื่อคนไม่ชอบพริกสามารถที่จะเขี่ยพริกออกได้ค่ะ



ขั้นตอน/วิธีทำ ยำวุ้นเส้น
ตั้งหม้อ ใส่น้ำลงไป ตามด้วยเกลือป่น รอให้น้ำเดือดก็ใส่กุ้งแห้งลงไปต้มก่อนค่ะ การใส่กุ้งลงไปต้มตอนเดือด ช่วยให้กุ้งยังคงรสหวานอยู่
เราจะไม่ใส่น้ำในหม้อมากเกินไป เราจะใช้วิธีรวนทุกอย่างให้สุก ซึ่งกว่าจะสุกหมดนั้น น้ำก็จะค่อยๆงวดลง จนมีน้ำพอขลุกขลิก เมื่อใส่เครื่องปรุงต่างๆลงไป ก็จะมีน้ำเพิ่มมากขึ้น ตัววุ้นเส้นจะยังดูดน้ำเข้าไปเรื่อยๆ และเราก็ได้ประโยชน์จากน้ำที่เรารวนเนื้อต่างๆด้วย ไม่ทิ้งให้เสียของ
แต่ถ้าใครกะไม่ถูก ใส่น้ำให้มากขี้นได้ และน้ำที่เหลือก็เอามาทำแกงจืด หรือน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวได้ค่ะ แต่อาจจะต้องใส่น้ำตาลในยำเพิ่มอีกนิด เพื่อชดเชยความหวานของเนื้อสัตว์ถูกละลายไปในน้ำที่รวนแล้ว


เมื่อกุ้งแห้งเริ่มนิด ก็ใส่หมูบดลงไปรวนให้สุกค่ะ พร้อมกับน้ำตาลทรายเล็กน้อย




เมื่อหมูสุกดีแล้ว ใส่วุ้นเส้นที่แช่น้ำและหั่นเป็นท่อนๆลงไป ต้มจนสุก


สุกทุกอย่างแล้วจะเหลือน้ำประมาณนี้

ยกหม้อลงจากเตา มาวางบนโต๊ะแล้วค่อยปรุงรสค่ะ หรือวางบนเตาก็ได้ แต่ปิดไฟให้เรียบร้อย เพราะเราไม่ต้องการให้ผักที่จะใส่ลงไปหลังจากปรุงรสแล้วสุก เพราะผักที่สุกจะดูแห้งเหี่ยวไม่น่ากินค่ะ
การใส่น้ำมะนาวและน้ำปลาลงไปก่อน ช่วยลดอุณหภูมิในหม้อ เมื่อใส่ผักต่างๆตามลงไปจะไม่สุกช้ำค่ะ



ใส่พริกซอยและหอมซอย ผสมให้เข้ากัน เพื่อให้กลิ่นหอมของพริกและหอมแดงได้ออกมา แล้วตามด้วยผักชีซอยปิดท้ายค่ะ



ยำวุ้นเส้นเสร็จแล้ว จัดใส่จาน โรยถั่วลิสงทอดอีกนิด พร้อมอร่อยอีกหนึ่งเมนูแล้วค่ะ



เมนูยำที่แม่ค้าขายกันสมัยนี้อร่อยรสจัด แต่เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคไตให้คนกิน เพราะนอกจากโซเดียมจากเกลือ และน้ำปลา เรายังได้โซเดียมจากผงชูรสอีกด้วย แต่จะโทษแม่ค้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะคนกินหรือลูกค้า ชอบกินยำรสจัดๆ แม่ค้าก็ต้องทำรสจัดให้ถูกปากคนกิน ไม่งั้นก็ขายยาก ขายไม่ดีอีก เมื่อเพิ่มรสเปรี้ยวลงไปมาก รสอื่นๆก็ต้องใส่มากตามไปด้วย ทั้ง เค็ม และเผ็ด เพื่อให้ยำมีรสแซ่บ สุดท้ายก็ต้องเพิ่มผงชูรส เพราะ ความหวานถูกความเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดกลบหมด ลองสั่งแม่ค้าว่าไม่ใส่ผงชูรสซักครั้ง แล้วจะรู้ว่ายำที่เราซื้อกินนั้นยังอร่อยอยู่หรือไม่





