เมนูอาหารเจ ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูผัด ที่ต้องใช้น่ำมัน หรือเมนูต้มที่ต้องมีน้ำมันหรือกะทิเป็นส่วนประกอบเช่นกัน เพราะน้ำมันช่วยให้ผักมีความนิ่ม อร่อย และหอม แต่การกินเมนูผัดหรือต้มบ่อยๆ ก็ทำให้เราได้รับน้ำมันมากเกินไปในช่วงเทศกาลกินเจ วันนี้จึงขอเสนอ ยำเห็ดห้าอย่าง ที่นอกจากจะไม่มีไขมันแล้ว ยังมีประโยชน์จากเห็ดหลากชนิดด้วย

เห็ดแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่างๆกันไป นอกจากเห็ดจะมีวิตามินเกลือแร่แล้ว ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเกิดมะเร็ง ลดคลอเรสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง การกินเห็ดให้หลากหลายก็ช่วยให็เราได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย
แต่ใช่ว่าเห็ดดีต่อสุขภาพ แล้วเราก็ไปค้นหามากิน จากตามป่าเขาได้โดยง่ายๆนะคะ ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแบบคุณลุงคุณป้าคุณตาคุณยาย ก่อนจะเก็บเห็ดมากินก็ควรถามผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านก่อนนะคะ ว่าเห็ดที่เก็บมานั้น กินได้ปลอดภัยแน่นอนหรือไม่ค่ะ คนเมืองอาจะโชคดีแฝงโชคร้าย คือ เราได้กินเห็ดที่ปลอดภัยแน่นอน เพราะเขาแพ็คมาขายกันทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต กินได้แน่นอน แต่เราต้องเสียเงินซื้อนั่นเองค่ะ ^^
วัตถุดิบ/เครื่องปรุง ยำเห็ด 5 อย่างเจ ( Yum Hed Ha Yang Ja )
วัตถุดิบที่จะใช้ในวันนี้ ให้เราเลือกเห็ดชนิดต่างๆ ตามชอบเลยค่ะ เมนูยำเห็ด ใส่เห็ดได้ทุกชนิดเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นเห็ดหอม แนะนำว่า ควรใช้เห็ดหอมสด เพราะกลิ่นจะไม่แรงมาก เมื่อนำมายำกับเห็ดชนิดอื่นๆ เห็ดหอมแห้งเหมาะที่จะไปปรุงเมนูที่ต้องการกลิ่นเห็ดหอมแบบหอมๆ มากกว่า เช่น คะน้าผัดเห็ดหอม ราดหน้าเจ กระเพาะปลาเจ ฯ
ส่วนเห็ดที่เราเลือกมาปรุงเมนูยำ ก็เป็นเห็ดที่หาได้ง่ายค่ะ เข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตปุ๊บได้ครบเลย ทั้งเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ เห็ดหิมะขาว หรือ เห็ดชิเมจิ เห็ดเข็มทอง ส่วนเห็ดหูหนู เป็นของแห้งที่ต้องมีติดบ้านไว้ เพราะสามารถปรุงได้หลายเมนู ทั้ง ผัดขิง ยำวุ้นเส้น ต้มจืด แม้แบบสดจะอร่อยนุ่มกว่า แต่กินไม่หมดก็จะเสียของ ส่วนแบบแห้งเก็บได้นานกว่า แต่เนื้อเห็ดจะกระด้างกว่า อย่างรู้สึกได้ในเวลาที่กิน





มะเขือเทศราชินี ที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยกินมา ถ้าปิดตากินจะคิดว่าเป็นผลไม้เลยค่ะ มีรสหวานอมเปรี้ยว อร่อยมากๆ ขอบคุณชาวสวนผักผู้ใจดี แบ่งปันมะเขือเทศราชินีมาให้เรากินฟรีค่ะ

ขึ้นช่าย ผักต้องมีต้องใช้ในเทศกาลกินเจ ถ้าใครไม่ได้เคร่งครัดกับการกินอาหารเจมาก แนะนำให้ใส่ต้นหอม หรือหอมใหญ่ได้ค่ะ จะกลายเป็นชาวมังสวิรัติแทน

พริกขี้หนูสวน ที่มันแดงไม่ทันกินค่ะ เด็ดตั้งแต่สีแดง จนสีส้ม และสีเขียว จวนจะหมดต้นแล้วค่ะ ออกไม่ทันกินเลย มีทั้ง 3 ต้นก็ยังไม่พอกิน เพราะเราปลูกแบบธรรมชาติ ใช้ปุ๋ยคอกไม่ใช่ปุ๋ยเคมี

มะนาวนี้ก็ปลูกเองค่ะ ขาดน้ำและปุ๋ย แต่ก็ยังมีน้ำพอได้กิน

ซีอิ๊วขาว ใส่ให้มีสีสันนิดหน่อย ใครไม่ชอบไม่ต้องใส่ค่ะ

น้ำตาลทรายและเกลือ ความจริง เห็ดสดๆจะมีความหวานอยู่แล้ว แต่เมื่อเอามายำ รสเปรี้ยวจะทำให้ความหวานลดลง จึงต้องเพิ่มน้ำตาลนิดหน่อยค่ะ

ขั้นตอน/วิธีทำ ยำเห็ด 5 อย่างเจ
เริ่มจากการหั่นขึ้นช่ายก่อนเลยค่ะ ตัดรากทิ้ง แล้วหั่นขึ้นช่ายให้เป็นท่อนๆ ความยาวพอประมาณ

จากนั้นก็หั่นพริกขี้หนู ทำน้ำยำเตรียมไว้ก่อน แล้วตามด้วยบีบน้ำมะนาวลงไป ก่อนที่จะใส่ซีอิ๊วขาว ซึ่งการใส่น้ำมะนาวลงไปใรพริกก่อน ช่วยให้เนื้อพริกสดไม่ดำ ทำให้ดูน่ากินค่ะ



เห็ดหูหนูที่บาน และนิ่มแล้วเราก็หั่นเป็นชิ้นๆ ในขนาดตามชอบค่ะ


เห็ดอื่นก็เช่นกัน หั่นเป็นชิ้นตามชอบเลย ใหญ่ไปก็หั่นซอย ยาวไปก็หั่นท่อนค่ะ




ตั้งหม้อ ใส่น้ำเล็กน้อย ใส่เกลือป่นและน้ำตาลทรายลงไป ละลายให้เข้ากัน
เราใส่น้ำเพื่อเก็บน้ำลวกเห็ดไว้ยำค่ะ ตอนเห็ดสุกจะมีน้ำออกมีอีกเยอะเลยค่ะ ใครจะกรองน้ำออกก็ได้นะคะ แต่เราชอบยำแบบมีน้ำไว้ซด มันสะใจดี

ใส่เห็ดหูหนูลงไปต้ม ให้เนื้อเห็ดนุ่มลงก่อนค่ะ

เมื่อเห็ดหูหนูนิ่มลงแล้ว ใส่เห็ดนางรมหลวงไปต้มจนสุก


เมื่อเห็ดนางรมหลวงสุก ก็ตามด้วยเห็ดหิมะขาวและเห็ดชิเมจิค่ะ


ต้มจนสุกหมดแล้วก็ใส่เห็ดเข็มทองเป็นอย่างสุดท้าย เพราะมีขนาดเล็กที่สุด สุกง่ายที่สุด


เมื่อเห็ดสุกดีแล้ว สังเกตดูน้ำที่เหลืออยู่ ถ้ามีปริมาณมากเกินไป ไม่ชอบยำที่มีน้ำเยอะๆ ก็ตักออกบ้าง จากนั้นก็ใส่น้ำยำลงไปคลุกให้เข้ากันก่อนค่ะ เพื่อลดอุณหภูมิ เมื่อใส่มะเขือเทศ และขึ้นช่าย ผักจะได้ไม่สลดมาก ยังดูสดน่ากินค่ะ


ใส่มะเชือเทศราชินี ตามลงไป เพิ่มสีสัน และความอร่อยให้กับยำเห็ดของเราอีกนิดค่ะ

ผสมคลุกเคล้า ทั้งเห็ด น้ำยำ และมะเขือเทศให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วลองชิมน้ำดูนะคะ รสชาติใดขาดก็ปรุงรสเอาให้ถูกใจเลยค่ะ ทำอาหารกินเอง สามารถเลือกรสชาติอร่อยๆ ได้ไม่ยากนะคะ

ใส่ขึ้นช่ายลงไป สุดท้ายเลย ก่อนจะผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ที่ใส่สุดท้ายเลย เพราะไม่ต้องการใช้ผักช้ำมากเกินไปค่ะ เดี๋ยวสีสันไม่ชวนกิน


ตักยำเห็ด 5 อย่างที่ปรุงเสร็จแล้วใส่จาน ง่ายๆ เท่านี้เราก็มียำอร่อยๆ พร้อมกินกันแล้วค่ะ




ปัจจุบันนี้มีเห็ดให้เลือกซื้อมากมายหลายชนิด มีตั้งแต่ราคาหลักสิบถึงหลักร้อย สรรพคุณทางยาก็มีแตกต่างกันไป การเลือกกินเห็ด หรือพืชผักสมุนไพร ไม่ควรเลือกกินอย่างใดอย่างหนึ่งนานๆ เพราะเชื่อในสรรพคุณของมัน ไม่ควรเชื่อสิ่งที่คนขายต้องการโฆษณาชวนเชื่อ ควรกินให้หลากหลายเพื่อประโยชน์ที่หลากหลาย และลดความเสี่ยงในกรณีที่สารอาหารบางอย่าง อาจจะสะสมมากเกินไปในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดโทษมากกว่าที่จะได้รับประโยชน์





