สเต็กปลาเก๋าไวท์ซอส เป็นเมนูอร่อยคนเดียว เพราะคุณสามีเราไม่ชอบกินปลา แต่ก็ยอมกินบ้าง เพียงไม่กี่ชนิด ได้แก่ปลาอินทรี ปลาทู และปลาแซลมอล ส่วนปลาน้ำจืด ไม่ต้องพูดถึงเลย มีแค่ปลานิลเท่านั้นที่ยอมกิน เมนูอร่อยๆ วันนี้จึงเสร็จเราคนเดียว อิ่มคนเดียวค่ะ ส่วนคุณสามีนั้นได้กินข้าวไข่เจียวแทน เราไม่ใจร้ายหรอกเนอะ ^^

หลายๆคนที่ชอบทำอาหารกินเอง มักกังวลว่า เครื่องปรุง และวัตถุดิบที่มีนั้น ไม่พร้อมสำหรับการทำเมนูอาหารใหม่ๆ ซึ่งความจริงแล้วไม่ต้องกังวลให้มากเลยค่ะ เรามีอะไรในครัวบ้าง เราก็ใช้อันนั้น รสชาติหน้าตาอาจจะออกมาไม่เป๊ะ แต่มันก็อร่อยได้เหมือนกัน เผลอๆ อาจจะได้พบเจอรสชาติใหม่ๆ อร่อยกว่าเดิมก็ได้นะคะ เหมือนอาหารไทยในต่างประเทศเอง หากะทิยาก ก็ใช้นมแทนกะทิไปซะเลย ใช้โหระพาฝรั่งแทนใบกระเพรา หรือใช้ข้าวที่มีในท้องถิ่นนั้นแทนข้าวหอมมะลิไทย ก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้เหมือนกัน
การที่เรากังวลกับการสรรหาวัคถุดิบที่เป๊ะมากๆ จะทำให้เราเปลืองเงิน และพื้นที่จัดเก็บ เพราะเราเป็นอยู่ค่ะ ^^ จะทำอาหารซักเมนู ต้องซื้อเครื่องปรงุ 3 ขวด ราคาก็เป็นร้อยแล้ว ยังต้องหาที่เก็บในตู้เย็นอีก รอบหน้าอยากลองทำเมนูใหม่ ก็ต้องซื้อเครื่องปรุงเพิ่มอีกไปอีก ตู้เย็นก็รกอีก จะไม่เก็บเข้าตู้เย็นเครื่องปรุงบางอย่างก็คงจะเสียก่อนที่จะได้ทำเมนูใหม่
วัตถุดิบ/เครื่องปรุง สเต็กปลาเก๋าไวท์ซอส (Steak Pla Khao White Sauce)
วัตถุดิบ ปลาเก๋า หรือปลาอื่นๆที่เราหาได้ง่าย ขอแค่สดและสะดวก และเป็นปลาที่เราชอบกิน

ผักเพิ่มวิตามิน และเกลือแร่ค่ะ หาได้ง่ายจากตู้เย็น ^^

เห็ดที่หาจากตู้เย็นเช่นกัน
เนื่องจากบ้านปัจจุบันอยู่ไกลตลาด ใน 1 อาทิตย์เราจะคิดไว้ก่อนว่า จะกินอะไร แล้วผักหรือเนื้อสัตว์ที่ซื้อมานั้น ทำเมนูอะไรได้บ้าง เช่น ฟักเขียว ทำแกงจืด และแกงเขียวหวาน เนื้อไก่ ทำแกงเขียวหวาน และไก่ทอดกระเทียม บล็อคโคลี่ ข้าวโพดอ่อน แครอท ต้มจิ้มน้ำพริก หรือทำราดหน้าก็ได้ อย่างปลาเก๋านี้ เราเอาเนื้อมานึ่งบ๊วย ทำสเต็ก หัวปลากับก้างก็เอามาทำต้มยำ ของที่เราซื้อมาจะได้หมดไปใน 1 อาทิตย์ อาทิตย์หน้าก็นึกเมนูใหม่ๆ ไว้ค่ะ (อยู่ไกลๆ ตลาดแบบนี้ เรื่องกินเรื่องใหญ่มากทีเดียว)

แป้งสาลี พาเมซานชีส และเกลือป่น
อยากได้กลิ่นหอมๆ ของชีสต้องใช้พาเมซานค่ะ เพราะมีกลิ่นฉุน จึงไม่ต้องใส่เยอะ อ้วนน้อย

ออริกาโนโรยหน้าค่ะ

เนยสำหรับทอดปลา และผัดซอส

วิปปิ้งครีม หรือไม่มีใช้นมสดรสจืดได้ค่ะ อันนี้เป็นวัตถุดิบที่เหลือจากการทำขนมกินเอง

ขั้นตอน/วิธีทำ สเต็กปลาเก๋าไวท์ซอส
เริ่มต้นจาก ต้มหรือลวกผักกันก่อนค่ะ
เมนูปลาเมื่อปรุงสุกเสร็จใหม่ๆแล้วควรกินทันที เพราะเมื่อคลายความร้อน กลิ่นคาวจะแรงขึ้น ถ้าเป็นเมนูไทยๆ จะมีเครื่องเทศดับกลิ่น อย่างกระชาย โหระพา ข่า ตะไคร้ ขึ้นช่าย ซึ่งช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี การกินเมนูปลาแบบที่ไม่ออกจากเตาร้อนๆ สุกใหม่ๆ หรือทิ้งเอาไว้จนเย็น จึงไม่มีผลอะไร


ทาเกลือ และโรยพริกไทยให้ทั่วๆ ชิ้นปลา


ตั้งกระทะใส่เนย ใช้ไฟปานกลาง รอจนเนยละลาย ใส่เนื้อปลาลงทอดจนสุกทั้งสองด้าน




ตักเนื้อปลาขี้นพักไว้สักครู่

กระทะใบเดิม มีเนยเหลือพอที่จะใช้ผัดซอส ก็ใส่หอมใหญ่ซอยชิ้นเล็กๆ ลงผัดจนสุก

ใส่แป้งสาลีลงผัดให้เข้ากัน

กระทะแห้งไปใส่น้ำค่ะ ก่อนที่หอมจะไหม้

ตามด้วยวิปปิ้งครีม และใส่น้ำเพิ่มอีกเล็กน้อย ชอบซอสข้นหรือเหลวก็กะปริมาณน้ำที่ใส่เพิ่มเอาค่ะ


คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อย


ตามด้วยเห็ดชิเมจิ


เมื่อเห็ดสุกดีแล้วปิดเตา ใส่พาเมซานชีส แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง นำไวท์ซอสไปตักราดบนเนื้อปลาได้เลยค่ะ




ช่วงนี้เราจะเห็นข่าวการใช้ยาปฎิชีวนะ ในนาข้าว สวนส้ม หรือกระทั่งกระชังปลา การเลือกซื้ออาหารจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังพิเศษ โดย ควรกินอาหารตามฤดูกาล นอกจากจะราคาไม่แพงแล้ว ยังใช้สารเคมีในการปลูกน้อยด้วยค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสเลือก อย่างเช่น ปลา ควรซื้อปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ปลาทะเล ปลาเขื่อน และปลาแม่น้ำ ส่วนผักถ้าไม่มีเวลาหรือพื้นที่ปลูกเอง ก็ควรล้างให้สะอาด และถ้าเป็นไปได้ นำมาลวกน้ำทิ้งก่อนนำมาปรุงอาหารค่ะ





