ต้มข่าเห็ดรวมเจ เมนูอาหารเจ รสชาติไทยๆ

เมนูต้มข่า เมนูสุดโปรดของคุณสามี รองลงมาจากเมนู แกงเขียวหวาน ซึ่งในช่วงเทศกาลกินเจแบบนี้ ก็ต้องไม่พลาดเมนูประจำของเค้าด้วย แค่เปลี่ยนจากสะโพกไก่และเลือดไก่ในเวลาปกติ มาเป็นเห็ดหลากชนิด ก็อร่อยได้เหมือนเดิมค่ะ

ต้มข่าเห็ดรวมเจ อาหารเจ รสชาติไทยๆ กินอร่อยทุกมื้อ
ต้มข่าเห็ดรวมเจ อาหารเจ รสชาติไทยๆ กินอร่อยทุกมื้อ

ปกติเวลาทำเมนูต้มข่า นอกเหนือจากเนื้อไก่และเลือดไก่แล้ว เราก็ใส่เห็ดนางฟ้า กะหล่ำปลี หรือหัวปลีอยู่แล้ว การใส่เห็ดรวม และกะหล่ำปลีในเมนูต้มข่าวันนี้ ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าเรากำลังกินเจเลยค่ะ แถมเห็ดที่ใส่เยอะๆหลากหลายแบบนี้ ทำให้น้ำต้มข่าของเราหวาน หอมอร่อยมากขึ้นอีกด้วย

เมนูต้มข่ามีหลายสูตรมาก แบบโบราณที่เคยอ่านมา จะใส่แค่กะทิ ข่า เนื้อปลา เนื้อเป็ด หรือเนื้อไก่ กินคู่กับน้ำพริกเผาแบบโบราณ รสชาติของต้มข่าแบบโบราณจะมีรสอ่อน เพื่อกินคู่กับน้ำพริกเผาแบบโบราณก็จะเข้ากันดี ต่างกับสมัยนี้ที่ปรุงรสเสร็จอร่อยได้ในชามเดียว

แต่ว่าต้มข่าสมัยนี้ แต่ละคนก็ทำไม่เหมือนกัน เราไม่เคยกินและไม่เคยทำจนแต่งงานมาอยู่บ้านสามี ทางคุณแม่สามีจะทำแบบที่เราเคยลงไว้แล้ว ต้มข่าไก่ แต่ไปกินฝีมือคนอื่น จะมีทั้งไม่เปรี้ยว ไม่เผ็ด ซึ่งรสชาติมีหลากหลายมาก แต่สรุปได้ว่า ชอบหรือคุ้นเคยแบบไหนก็ทำไปแบบนั้นค่ะ ไม่มีสูตรไหนผิดหรือสูตรตายตัว

วัตถุดิบ/เครื่องปรุง ต้มข่าเห็ดรวมเจ ( Tom Ka Hed Ja )

วัตถุดิบ จากสวนหลังบ้าน ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด ปลูกเองมั่นใจ ไร้สารพิษตกค้าง หลายครั้งที่เราไปซื้อข่า ที่ตลาด จะเจอข่า ที่ขาวจั๊วะ ซึ่งมันผิดธรรมชาติไปค่ะ ข่ามีอยู่ 2 พันธุ์ คือ ข่าเหลือง และข่าแดง แต่ข่าขาวจั๊วะ ไม่มีค่ะ เรารู้มาว่า ชาวสวน จะใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อทำความสะอาดผิว ให้เศษดิน และเศษผิวสีน้ำตาลหลุดออกไป แต่ยังไงซะ เราก็รู้สึกว่าแรงฉีดของน้ำ ไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวได้แน่ๆ

เมนูห้ามพลาด  เห็ดถอบ...เห็ดเผาะ...ลวก จิ้มน้ำพริก
ข่าสดๆใหม่ๆ  ขุดกันมื้อต่อมื้อ
ข่าสดๆใหม่ๆ ขุดกันมื้อต่อมื้อ
สดสะอาด ไร้สารฟอกขาว
สดสะอาด ไร้สารฟอกขาว
ตะไคร้ก็สดใหม่เหมือนกัน
ตะไคร้ก็สดใหม่เหมือนกัน
ใบมะกรูดก็สดใหม่ เด็ดจากต้น
ใบมะกรูดก็สดใหม่ เด็ดจากต้น

มะนาวก็ปลูกเองแบบไม่ใช้ยา ไม่ให้ปุ๋ย เพราะลืมค่ะ แต่ก็ยังอุตส่าห์มีลูกให้ได้เก็บกิน

มะนาวลูกเล็กๆ แต่ก็น้ำดี มีน้ำมาก
มะนาวลูกเล็กๆ แต่ก็น้ำดี มีน้ำมาก

พริกแดง หรือใครจะใช้พริกแห้งตำหยาบๆก็ได้ค่ะ อาจจะเผ็ดกว่าด้วยซ้ำ

พริกแดง ไม่ได้ปลูกเอง เรามีแต่พริกขี้หนูเม็ดเล็กๆ
พริกแดง ไม่ได้ปลูกเอง เรามีแต่พริกขี้หนูเม็ดเล็กๆ

ผักชีฝรั่ง เพิ่มความหอม

ผักชีฝรั่ง ใช้ไม่มาก แต่ขาดไป ก็ไม่อร่อย
ผักชีฝรั่ง ใช้ไม่มาก แต่ขาดไป ก็ไม่อร่อย

กะหล่ำปลี เพิ่มวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยอาหาร

กะหล่ำปลี มีเหลือแค่เสี้ยวเดียว แต่ก็พอ
กะหล่ำปลี มีเหลือแค่เสี้ยวเดียว แต่ก็พอ

เห็ดออรินจิ เห็ดหิมะขาว หรือเห็ดชิเมจิ และเห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นเห็ดอะไรก็ได้ที่เราชอบกินและหาได้ง่ายนะคะ ไม่ต้องเป็นเห็ดสามอย่างนี้ที่เราทำก็ได้ค่ะ ขอแต่สด สะอาด ไม่ช้ำ และไม่แพงตามกระแสเจก็พอค่ะ ^^

เห็ดออรินจิ ดอกบานๆ ลำต้นอวบๆ
เห็ดออรินจิ ดอกบานๆ ลำต้นอวบๆ
เห็ดหิมะขาว หรือเห็ดชิเมจิขาว
เห็ดหิมะขาว หรือเห็ดชิเมจิขาว
เห็ดนางฟ้าภูฐาน
เห็ดนางฟ้าภูฐาน

เกลือป่น และน้ำตาลทราย ให้พอมีรสชาตินิดๆค่ะ

เกลือป่น
เกลือป่น
น้ำตาลทราย
น้ำตาลทราย

หัวกะทิ แช่แข็งเหมือนเดิม เรามีติดตู้เย็นไว้ตลอด อร่อยกว่ากะทิกล่อง ทำออกมาแล้วไม่เหม็นหืน

หัวกะทิ เก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้นาน
หัวกะทิ เก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้นาน

ขั้นตอน/วิธีทำ ต้มข่าเห็ดรวมเจ

เริ่มลงมือกันเลย โดยจัดการหั่น ข่า ตะไคร้ และฉีกใบมะกรูดไว้

หั่นส่วนลำต้นออก
หั่นส่วนลำต้นออก
และหั่นข่าเป็นแว่นๆ ไม่ต้องบาง แต่อย่าหนามาก
และหั่นข่าเป็นแว่นๆ ไม่ต้องบาง แต่อย่าหนามาก
หั่นตะไคร้เป็นแว่น แบบเฉียงๆ
หั่นตะไคร้เป็นแว่น แบบเฉียงๆ
ฉีกใบมะกรูดโดยดึงเส้นใบตรงกลางออก
ฉีกใบมะกรูดโดยดึงเส้นใบตรงกลางออก
สามเกลือชุดต้มข่า
สามเกลือชุดต้มข่า

พริก ผักชีฝรั่ง และกะหล่ำปลี ก็หั่นเตรียมไว้เช่นกันค่ะ

แบ่งครึ่งพริกแดง เพื่อความเผ็ด และสวยงาม
แบ่งครึ่งพริกแดง เพื่อความเผ็ด และสวยงาม
ซอยผักชีฝรั่ง
ซอยผักชีฝรั่ง
หั่นกะหล่ำปลี
หั่นกะหล่ำปลี

น้ำมะนาวก็บีบคั้นรอไว้เลยค่ะ ถึงจังหวะที่จะใช้ จะได้ไม่เสียเวลา

บีบมะนาวรอไว้ ถึงเวลาก็เทเลย
บีบมะนาวรอไว้ ถึงเวลาก็เทเลย

ส่วนเห็ดต่างที่เราเอามาใส่ ล้างน้ำก่อนแล้วค่อยหั่นนะคะ ไม่ควรแช่เห็ดในน้ำ เพราะเห็ดจะเหมือนกับฟองน้ำที่ดูดน้ำเข้าไป พอเราเอามาปรุงอาหาร โดนความร้อน เห็ดก็จะคายน้ำออกมา ทำให้เราปรุงรสยากค่ะ

เห็ดชิเมจิขาว นำมาตัดส่วนโคนทิ้ง
เห็ดชิเมจิขาว นำมาตัดส่วนโคนทิ้ง
เห็ดนางฟ้าภูฐาน หั่นแยกส่วนโดน และดอกเห็ด
เห็ดนางฟ้าภูฐาน หั่นแยกส่วนโดน และดอกเห็ด
หั่นแบ่งให้ชิ้นเล็กลง
หั่นแบ่งให้ชิ้นเล็กลง
ส่วนดอกตัดเป็นชิ้นเท่าๆกัน
ส่วนดอกตัดเป็นชิ้นเท่าๆกัน
แบ่งครึ่งเห็ดออรินจิ
แบ่งครึ่งเห็ดออรินจิ
และหั่นเป็นชิ้นพอคำ
และหั่นเป็นชิ้นพอคำ

ตั้งหม้อใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำสะอาดและเกลือ ใครมีหางกะทิ ก็ใช้หางกะทิค่ะ

ใส่เกลือป่นลงในหม้อก่อน
ใส่เกลือป่นลงในหม้อก่อน

ใส่ข่าและตะไคร้ ลงไปต้มให้มีกลิ่นหอมออกมาก่อนค่ะ น้ำมันหอมจะค่อยๆ ออกมาเมื่อโดนความร้อน

ใส่ข่าและตะไคร้ลงไปต้มให้หอมก่อน
ใส่ข่าและตะไคร้ลงไปต้มให้หอมก่อน
รอให้น้ำเดือดซักหน่อย
รอให้น้ำเดือดซักหน่อย

เมื่อน้ำเดือดและข่าตะไคร้ส่งกลิ่นหอมแล้ว ใส่กะหล่ำปลีลงไปต้มต่อค่ะ

ใส่กะหล่ำปลีลงไป
ใส่กะหล่ำปลีลงไป

เมื่อกะหล่ำปลีสลดลงแล้ว ใส่เห็ดต่างๆลงไปต้ม พร้อมกับใส่น้ำตาลทราย

ต่อด้วยเห็ดออรินจิ
ต่อด้วยเห็ดออรินจิ
ใส่เห็ดนางฟ้าภูฐาน
ใส่เห็ดนางฟ้าภูฐาน
และเห็ดหิมะขาว หรือ เห็ดชิเมจิขาว
และเห็ดหิมะขาว หรือ เห็ดชิเมจิขาว
ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย
ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย

เมื่อผักและเห็ดสุกดีแล้ว ปรงุรสด้วยน้ำมะนาว ใบมะกรูดและพริกแดงค่ะ

เมนูห้ามพลาด  สปาเก็ตตี้ไวท์ซอส แบบง่ายๆ...สไตล์ครัวหมูหมูค่ะ
ใส่น้ำมะนาว
ใส่น้ำมะนาว
ตามด้วยพริกและใบมะกรูด
ตามด้วยพริกและใบมะกรูด

ชิมรสชาติของต้มข่าดูก่อน เติมรสชาติที่ขาดไปจนพอใจ แล้วใส่หัวกะทิ

ใส่หัวกะทิ

คนให้เข้ากัน ปิดท้ายด้วยผักชีฝรั่ง รอให้เดือดอีกครั้งก็ปิดเตาได้เลยค่ะ

ปิดท้ายด้วยผักชีฝรั่ง
ปิดท้ายด้วยผักชีฝรั่ง
ต้มข่าเห็ดเสร็จแล้วค่ะ
ต้มข่าเห็ดเสร็จแล้วค่ะ
ต้มข่าเห็ดรวม พร้อมสำหรับการรับประทานแล้วค่ะ
ต้มข่าเห็ดรวม พร้อมสำหรับการรับประทานแล้วค่ะ
เห็ดภูฐานเนื้อนุ่มๆ
เห็ดภูฐานเนื้อนุ่มๆ
ข่าอ่อนๆ หอมๆ คุณสามีชอบกินมาก
ข่าอ่อนๆ หอมๆ คุณสามีชอบกินมาก
ต้มข่าเห็ด ต้มข่าเจ เลือกเห็ดที่ใช่ ปรุงแบบที่ชอบ
ต้มข่าเห็ด ต้มข่าเจ เลือกเห็ดที่ใช่ ปรุงแบบที่ชอบ

ต้มข่าเห็ดเจ เหมาะกับช่วงกินเจแน่นอน เพราะไม่มีผักต้องห้ามใดๆ เลย ซึ่งช่วงเทศการกินเจ นอกจากปัญหาว่าจะกินเมนูอะไรดีแล้ว อีกปัญหาของคนทำอาหารเจ คือ ผักที่เราใส่ลงไปในอาหารนั้น เป็นเจหรือไม่ ซึ่งถ้าเอาตามตัวหนังสือตรงๆ ก็มีแค่ กระเทียม หัวหอม กุยช่าย ใบยาสูบ และกระเทียมโทนจีน เพราะทั้ง 5 ชนิดนี้ทำลายธาตุทั้ง 5 คือ ทำให้อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ เมื่อร่างกายไม่ดี จิตใจก็ไม่ดีตามไปด้วย ส่วนผักอื่นๆจะเจหรือไม่นั้น เราว่า มันอยู่ที่ความตั้งใจของเราเอง ที่ต้องการสละอะไรมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ผักชี บางคนก็บอกว่า ใช้ได้ หลายคนบอกว่า ต้องห้าม เพราะกลิ่นแรง แต่ผักอีกหลายชนิดก็มีกลิ่นแรงเช่นกัน แต่ก็บอกกันว่า กินได้ อย่างที่บอกไว้ เราว่า อยู่ที่ความตั้งใจในการละวาง ของเรามากกว่าค่ะ

Scroll to Top